Uncategorised

Uncategorised (3)

โฆษณาเครื่องดื่มบัดดี้เบอรี่ เรื่องโอกาส

ประสบการณ์ผู้ดื่มบัดดี้เบอรี่ คุณประภาพร นิ่วในกรวยไต

ประสบการณ์ผู้ดื่มบัดดี้เบอรี่ คุณตี๋ บ้านโหง่นขาม อุบลฯ โรคกระเพาะ

โฆษณาเครื่องดื่มบัดดี้เบอรี่ Version 1

ประสบการณ์ผู้ดื่มเครื่องดื่มบัดดี้เบอรี่ แม่บังอร งมหอย ศรีสะเกษ มือเปื่อย กระเพาะอักเสบ

ประสบการณ์ผู้ดื่มเครื่องดื่มบัดดี้เบอรี่ แม่คำผิน เบาหวาน ความดัน

ความเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน แต่ก็จะมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาซ่อมแซม เป็นกลไกธรรมชาติ
ของร่างกาย แม้กระทั่งเด็กๆ ก็สามารถเกิดความเสื่อมของร่างกายได้เหมือนกัน แต่เป็นการเกิดขึ้นเพียง
เล็กน้อยไม่แสดงออกมาให้เห็นภายนอกอย่างชัดเจนเหมือนกับผู้ใหญ่ ที่เมื่ออายุมากขึ้นความเสื่อมของร่างกาย
ก็เกิดมากขึ้นตามด้วยโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิต มะเร็ง
เป็นต้นในปัจจุบันเราจะเห็นว่าโรคเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นได้ในเด็กมากขึ้น สาเหตุทั้งจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม
การรับประทานอาหารที่เป็นตัวเร่งความเสื่อมของร่างกายให้เกิดเร็วขึ้นหรือเกิดก่อนวัยอันควร
 
พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชะลอวัย จาก AddLife Anti-Aging Center ชั้น 2
ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลว่าความเสื่อมของร่างกายเกิดจากร่างกายมีสารอนุมูลอิสระ
มากเกินควรสารอนุมูลอิสระเกิดจากสองแหล่งใหญ่ๆ คือร่างกายเราเองเป็นผู้ผลิต ถ้าทานอาหารหวานจัดมันจัด
แคลอรี่สูงพักผ่อนน้อย ติดเชื้อบ่อย ก็จะมีสารอนุมูลอิสระมาก อีกแหล่งใหญ่คือ จากภายนอกร่างกาย เช่น
แสงแดด มลพิษ ควันบุหรี่ เป็นต้น
 
โดยเฉลี่ยคนเราจะเริ่มรู้สึกหรือมีอาการร่างกายเสื่อมเมื่ออายุประมาณ 30 ปี ซึ่งสังเกตได้จากอาการ
อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว นอนไม่หลับ ป่วยง่าย เป็นต้น แต่ในปัจจุบันการเกิดความเสื่อมในร่างกาย
มีแนวโน้มจะเกิดกับคนที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลทำให้ร่างกายต้องเผชิญ
กับตัวเร่งความเสื่อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในแต่ละช่วงอายุจึงมีโอกาสเกิดความเสื่อมของอวัยวะในร่างกาย
ได้ตามวัย ซึ่งจะสัมพันธ์กับการเกิดโรค วิธีดูแลตนเองจึงควรทานวิตามินเสริมให้เหมาะสม รวมทั้งการดูแล
เรื่องอาหาร และการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถแบ่งได้ตามช่วงวัยดังนี้
 
            •   ช่วงวัยเด็ก เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต แต่ความเสื่อมก็อาจเกิดขึ้นได้ การรับประทาน
            อาหารไม่ถูกวิธีทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคอ้วน ดังนั้นการสร้างสุขนิสัยที่ดีเกี่ยวกับการรับประทาน
            อาหารและออกกำลังกายเป็นเรื่องสำคัญ
            วิตามิน เนื่องจากเป็นวัยที่เติบโตเร็ว จึงต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโต เช่น ธาตุเหล็ก
            และแคลเซียม
            อาหาร ควรได้รับอาหารครบทุกหมวดหมู่โดยเฉพาะโปรตีน ผัก และผลไม้ ควรหลีกเลี่ยงขนมหวาน
            ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายกลางแจ้ง ซึ่งนอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว
            ยังได้รับวิตามินดี ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
 
            •    วัย 20 ปี เป็นวัยเริ่มทำงาน มักนอนดึก พักผ่อนน้อย ไม่มีโอกาสดูแลเรื่องอาหาร แต่เนื่องจาก
            อายุขัย ความเสื่อมอาจยังไม่มาก 
            วิตามิน วัยนี้ร่างกายยังแข็งแรงแต่เรียนหนัก และยังไม่ใส่ใจกับการรับประทานอาหาร ควรรับประทาน
            อาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินบี
            อาหาร ควรได้รับอาหารครบทุกหมวดหมู่  
            ออกกำลังกาย ยังเป็นวัยที่มีพลังงานมากอยู่ ควรออกกำลังกายประเภทกระตุ้นการทำงานของ
            หัวใจเพื่อให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มที่ เช่น แอโรบิค วิ่ง ว่ายน้ำ และเพิ่มมวลกระดูก
            มวลกล้ามเนื้อ ด้วยการยกน้ำหนัก 
 
            •    วัย 30-40 ปี เริ่มสร้างครอบครัว มีภาระความรับผิดชอบค่อนข้างสูง ความเครียดเกิดขึ้น
            ระดับฮอร์โมนเริ่มลดลง เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง 
            วิตามิน วัยนี้มักเริ่มมีอาการเสื่อม เช่น อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท ควรเสริมวิตามินบี วิตามินซี
            วิตามินอี และโคเอนไซม์คิวเทน 
            อาหาร การเผาผลาญอาหารเริ่มไม่ดี อ้วนง่าย ควรเริ่มระวังอาหารประเภทที่มีแคลอรีสูง
            ไขมันสูง และอาหารหวาน อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์ 
            ออกกำลังกาย ยังคงเลือกออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น แอโรบิค  
            วิ่ง ว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก 
 
            •    วัย 50 ปีขึ้นไป อาการต่างๆ จะชัดเจนมากขึ้น เริ่มนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท สมรรถภาพ
            ทางเพศลดลง ผิวพรรณเริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น ตรวจสุขภาพเริ่มพบปัญหาไขมันหรือน้ำตาล
            ในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน ความจำเสื่อม ซึ่งภาวะเหล่านี้ป้องกันได้
            โดยเริ่มต้นตั้งแต่ลดสารอนุมูลอิสระ รับประทานอาหารไม่หวานจัดมันจัด หรือเค็ม รับประทาน
            วิตามินเสริมที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงมลภาวะ และได้รับฮอร์โมนทดแทนสูตรธรรมชาติ
            ตามที่ร่างกายต้องการ
            วิตามิน เริ่มมีอาการเสื่อม เช่น อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท ควรเสริมวิตามินบี วิตามินซี
            วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเทน น้ำมันปลา วิตามินดี แคลเซียม แมกนีเซียม Alphalipoic Acid
            เป็นต้น ถ้ามีปัญหาเฉพาะ เช่น นอนไม่หลับ ความจำลดลง ก็ต้องได้รับวิตามินเฉพาะสูตร
            อาหาร การเผาผลาญอาหารไม่ดีเหมือนเคย ควรทานอาหารที่ย่อยง่าย แคลอรีต่ำ หลีกเลี่ยง
            อาหารหวาน อาหารไขมันสูง และการดื่มแอลกอฮอลล์
            ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในแบบที่ไม่หักโหม เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง
            ว่ายน้ำระยะทางใกล้ๆ หรือออกกำลังกายในน้ำเพื่อช่วยรักษาไขข้อ มวลกระดูก และมวลกล้ามเนื้อ

น้ำเบอรี่รวม 25% ผสมสมุนไพร  ตราบัดดี้เบอรี่

บัดดี้เบอรี่นำเอาส่วนผสมของเบอรี่หลายชนิดผสมผสานกับสมุนไพรไทยและจีน เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ดังเช่น

สตรอเบอรี่

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Clinical Nutrition ได้จัดอันดับสตรอเบอรี่เป็นอันดับ 3 ในอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 1,000 ชนิด สตรอเบอร์รี่ยังมี แอนโธไซยานินซึ่งอาจช่วยปกป้องระบบประสาทและหลอดเลือด ใน 1 ถ้วยของสตรอเบอร์รี่ มีพลังงานประมาณ 50 แคลอรี่ มีเส้นใยและวิตามินซีมากกว่าส้มขนาดกลาง และยังมีเส้นใยโฟเลตและโพแทสเซียมอยู่เป็นจำนวนมาก

บลูเบอร์รี่

การวิจัยพบว่าบลูเบอร์รี่อาจช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากและป้องกันโรคหัวใจ การวิจัยในสัตว์พบว่าสารสกัดบลูเบอร์รี่อาจช่วยเพิ่มความจำ ความสมดุลและการประสานงาน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ใน 1 ถ้วยของบลูเบอรี่ มีพลังงงานประมาณ 84 แคลอรี่ บลูเบอร์รี่เป็นแหล่งวิตามินซีวิตามินซีและแมงกานีสที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ราสเบอรี่

ใน 1 ถ้วย ของราสเบอร์รี่ มีพลังงานประมาณ 70 แคลอรี่ และอุดมด้วยวิตามินซี มีเส้นใยฟอสฟอรัสและ ซีลีเนียมจำนวนมาก ราสเบอร์รี่มีแอนโธไซยานิน (anthocyanins)) และสารพฤกษเคมีอื่นที่เรียกว่า quercetin พบว่าช่วยในการเจริญเติบโตของมะเร็งช้า เช่นเดียวกับผลเบอร์รี่อื่น ๆ ผลการศึกษาพบว่าราสเบอร์รี่อาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งตับ ราสเบอร์รี่ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานและช่วยป้องกันความเสียหายของตับ

แบล็กเบอร์รี่

ใน 1 ถ้วย ของแบล็กเบอร์รี่มีพลังงานประมาณ 62 แคลอรี มีเส้นใยและเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน C และ K และแมงกานีส Blackberries มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด - สูงกว่า 3 ผลเบอร์รี่อื่น ๆ ที่ กล่าวข้างต้น! และยังเปี่ยมไปด้วยทุกประเภทของสารอาหารจากพืชซึ่งจะช่วยต่อสู้หรือป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเช่นตับลำไส้ปอด blackberries มีสาร quercetin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ